Loading...

การประท้วงในประเทศคาซัคสถาน พ.ศ. 2565

การประท้วงในประเทศคาซัคสถาน พ.ศ. 2565

การประท้วงในประเทศคาซัคสถานเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2565 หลังจากที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหันซึ่งรัฐบาลคาซัคสถานระบุว่าเป็นผลมาจากความต้องการน้ำมันสูงและการรวมหัวกันกำหนดราคาของสถานีบริการน้ำมัน การประท้วงเริ่มขึ้นที่เมืองฌางาวือเซียนซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันที่สำคัญ และต่อมาได้ขยายตัวไปยังเมืองอื่น ๆ ในประเทศอย่างรวดเร็ว[11] รวมถึงเมืองอัลมาเตอซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ตลอดสัปดาห์แห่งเหตุการณ์ความไม่สงบและการปราบปรามอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิต 164 ราย และถูกจับกุมกว่า 9,900 ราย[12][13]

ความไม่พอใจรัฐบาลและอดีตประธานาธิบดีนูร์ซุลตัน นาซาร์บายิฟ ที่เพิ่มขึ้นก็ส่งผลให้การประท้วงขยายตัวเช่นกัน เนื่องจากไม่มีกลุ่มต่อต้านรัฐบาลคาซัคสถานที่ได้รับความนิยม จึงดูเหมือนว่าประชาชนมารวมตัวกันในเหตุการณ์ความไม่สงบโดยตรง เพื่อตอบสนองการประท้วง ประธานาธิบดีฆาเซิม-โฌมาร์ต โตกาเยฟ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในแคว้นมังเฆิสเตาและเมืองอัลมาเตอโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ส่วนคณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีอัสการ์ มามิน ประกาศลาออกในวันเดียวกัน[14][15][16] และเพื่อตอบสนองคำร้องขอของโตกาเยฟ องค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (ซีเอสทีโอ; พันธมิตรทางทหารของกลุ่มรัฐหลังโซเวียตซึ่งประกอบด้วยคีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เบลารุส รัสเซีย อาร์มีเนีย และคาซัคสถานเอง) ตกลงที่จะส่งกำลังทหารเข้าไปในคาซัคสถานโดยประกาศว่าเป็นภารกิจรักษาสันติภาพ ตำรวจท้องถิ่นรายงานว่า "ผู้โจมตีถูกคิดบัญชีไปหลายสิบราย" ในขณะที่อดีตประธานาธิบดีนาซาร์บายิฟถูกปลดจากตำแหน่งประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งคาซัคสถาน[17]

เพื่อเป็นการผ่อนปรน ประธานาธิบดีโตกาเยฟกล่าวว่ารัฐบาลได้กลับมาใช้มาตรการตรึงราคาเชื้อเพลิงรถยนต์ที่ 50 เตียงเกียต่อลิตรต่อไปอีก 6 เดือน[18][19][20] ในวันที่ 7 มกราคม เขากล่าวในแถลงการณ์ว่า "ระเบียบตามรัฐธรรมนูญได้รับการฟื้นฟูเป็นส่วนใหญ่ในทุกแคว้นของประเทศแล้ว"[21][22][23] นอกจากนี้ยังประกาศด้วยว่าเขาได้สั่งให้กองทัพใช้กำลังขั้นรุนแรงถึงตายกับผู้ประท้วง โดยอนุมัติคำสั่ง "ยิงสังหาร" ผู้ใดก็ตามที่เดินขบวนประท้วงโดยไม่ต้องเตือนล่วงหน้า เรียกผู้ประท้วงว่า "โจรและผู้ก่อการร้าย" และกล่าวว่าจะใช้กำลังเพื่อ "กวาดล้างการประท้วง" ต่อไป[24][25][26][27]

ในวันที่ 10 มกราคม รัฐบาลได้ประกาศวันไว้อาลัยเหยื่อจากเหตุการณ์ประท้วง[28] ในวันที่ 11 มกราคม โตกาเยฟกล่าวว่ารัฐบาลสามารถกู้สถานการณ์ความสงบเรียบร้อยคืนมาได้แล้วและการประท้วงได้สิ้นสุดลง[29] เขาประกาศว่ากองกำลังซีเอสทีโอจะเริ่มถอนกำลังออกจากประเทศในวันที่ 13 มกราคม และจะถอนออกทั้งหมดภายใน 10 วันข้างหน้า[30] ในสุนทรพจน์ที่โตกาเยฟกล่าวต่อรัฐสภาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เขารับทราบความไม่พอใจของสาธารณชนเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียมกันของรายได้และวิพากษ์วิจารณ์นาซาร์บายิฟและบุคคลใกล้ชิดเกี่ยวกับความมั่งคั่งของพวกเขา[31] นอกจากนี้เขายังเสนอชื่อแอลีย์ฆัน สมาเยอโลฟ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่อีกด้วย[32] เที่ยวบินระหว่างประเทศกลับมาเปิดให้บริการทั้งขาไปและขากลับจากกรุงนูร์-ซุลตัน เมืองหลวงของประเทศ[33]

อ้างอิง

  1. Hopkins, Valerie; Nechepurenko, Ivan (2022-01-05). "Russia-Allied Forces to Intervene as Unrest Sweeps Kazakhstan". The New York Times (ภาษาอังกฤษ). ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 2022-01-06.
  2. Pikulicka-Wilczewska, Agnieszka. "Do Kazakhstan's protests signal an end to the Nazarbayev era?". www.aljazeera.com. สืบค้นเมื่อ มกราคม 12, 2022. It is important to understand that protesters are never a unified mass. It is not that a single group or political party took to the streets. In all the regions where the protests took place, it was a mixed group of people.
  3. "CSTO agrees to intervene in Kazakhstan unrest | Eurasianet". Eurasianet. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 6 January 2022. สืบค้นเมื่อ 6 January 2022.
  4. "CSTO agrees to intervene in Kazakhstan unrest". Eurasianet. 5 January 2022. สืบค้นเมื่อ 8 January 2022.
  5. "Commander of the Airborne Forces Serdyukov became the head of the CSTO peacekeepers in Kazakhstan. (In Russian)". Ria Novosti. 7 January 2022.
  6. Pannier, Bruce (6 January 2022). "Analysis: The Consequences Of Inviting Russian-Led CSTO Troops Into Kazakhstan". RFE/RL. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 7 January 2022. Russia is reportedly sending 3,000 soldiers to Kazakhstan, Belarus some 500, Tajikistan 200, and Armenia 70, with Kyrgyzstan set to decide on January 7.
  7. "Kazakhstan: More than 160 killed, 5,000 arrested during riots". www.aljazeera.com. สืบค้นเมื่อ 2022-01-09.
  8. 8.0 8.1 "Kazakhstan says 164 killed in week of protests". AP NEWS. 2022-01-09. สืบค้นเมื่อ 2022-01-09.
  9. "Kazakhstan unrest: Russian troops fly in as crackdown continues". BBC. 6 January 2022. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 6 January 2022. สืบค้นเมื่อ 6 January 2022.
  10. "Kazakh President Announces CSTO Troop Withdrawal, Appoints New PM". RadioFreeEurope/RadioLiberty. สืบค้นเมื่อ 2022-01-11.
  11. Lillis, Joanna (2022-01-03). "Kazakhstan: Gas price hike fuels Zhanaozen protests". eurasianet.org (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-01-04.
  12. "Nearly 8,000 detained in Kazakhstan over violent protests". AP NEWS. 2022-01-10. สืบค้นเมื่อ 2022-01-11.
  13. "Kazakh President Announces CSTO Troop Withdrawal, Appoints New PM". RadioFreeEurope/RadioLiberty. สืบค้นเมื่อ 2022-01-11.
  14. Auyezov, Olzhas (5 January 2022). "Kazakhstan government's resignation fails to quell protests". Reuters. สืบค้นเมื่อ 5 January 2022.
  15. "Kazakhstan protests: government resigns amid rare outbreak of unrest". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2022-01-05. สืบค้นเมื่อ 2022-01-05.
  16. Shaun, Walker; Bisenov, Naubet (2022-01-05). "Kazakhstan protests: Moscow-led alliance sends 'peacekeeping forces'". The Guardian. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-01-05. สืบค้นเมื่อ 2022-01-05.
  17. Jacobs, Harrison (2022-01-06). "Russia-led alliance troops have arrived in Kazakhstan after mass protests". NPR (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-01-06.
  18. Reuters (2022-01-05). "Kazakhstan declares state of emergency in protest-hit city, province". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-01-07.
  19. "Kazakhstan unrest: Government restores fuel price cap after bloodshed". BBC News (ภาษาอังกฤษ). 2022-01-06. สืบค้นเมื่อ 2022-01-07.
  20. "Kazakhstan imposes 180-day state regulation on fuel, food prices amid protests". www.aa.com.tr. สืบค้นเมื่อ 2022-01-07.
  21. Auyezov, Olzhas (2022-01-07). "Kazakh president says constitutional order mostly restored". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-01-07.
  22. "Kazakhstan unrest: Fresh gunfire as president says order largely restored". BBC News (ภาษาอังกฤษ). 2022-01-07. สืบค้นเมื่อ 2022-01-07.
  23. "Kazakh President: Constitutional Order Restored". www.voanews.com. สืบค้นเมื่อ 2022-01-07.
  24. Child, Anealla Safdar,David. "Kazakh leader tells troops to shoot without warning". www.aljazeera.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-01-07.
  25. "Kazakhstan president says he gave order to 'open fire with lethal force'". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). 2022-01-07. สืบค้นเมื่อ 2022-01-07.
  26. "Kazakh leader ordered use of lethal force on 'terrorists'". AP NEWS (ภาษาอังกฤษ). 2022-01-07. สืบค้นเมื่อ 2022-01-07.
  27. Auyezov, Olzhas (7 January 2022). "Kazakh president gives shoot-to-kill order to put down uprising". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 7 January 2022.
  28. "Nearly 8,000 detained in Kazakhstan amid unrest". AP NEWS. 2022-01-10. สืบค้นเมื่อ 2022-01-10.
  29. Reuters (2022-01-11). "President of Kazakhstan says he has weathered attempted coup d'etat". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2022-01-11.
  30. "Kazakh President Announces CSTO Troop Withdrawal, Appoints New PM". RadioFreeEurope/RadioLiberty. สืบค้นเมื่อ 2022-01-11.
  31. Vaal, Tamara (2022-01-11). "Russian troops to quit Kazakhstan, says president, taking aim at the elite". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2022-01-11.
  32. "Kazakh President Announces CSTO Troop Withdrawal, Appoints New PM". RadioFreeEurope/RadioLiberty. สืบค้นเมื่อ 2022-01-11.
  33. "В Нур-Султане восстановили международное авиасообщение". РБК (ภาษารัสเซีย). สืบค้นเมื่อ 2022-01-11.

Search stories